검진가자 공식블로그

2026-05-29

สรุปครบถ้วน: ตั้งแต่รอบการตรวจความหนาแน่นของกระดูกไปจนถึงการแปลผล T-score

เรียนรู้เกี่ยวกับการตรวจความหนาแน่นของกระดูก ตั้งแต่ความถี่ในการตรวจ ผู้ที่ควรตรวจ ไปจนถึงวิธีการแปลผล T-score เพื่อสุขภาพกระดูกที่แข็งแรง ป้องกันภาวะกระดูกพรุน

สรุปครบถ้วน: ตั้งแต่รอบการตรวจความหนาแน่นของกระดูกไปจนถึงการแปลผล T-score
สรุปครบถ้วน: ตั้งแต่รอบการตรวจความหนาแน่นของกระดูกไปจนถึงการแปลผล T-score

สวัสดีครับ

จาก Geomjingaja ครับ

หวังว่าทุกท่านคงได้ชมดอกซากุระบานในปีนี้กันอย่างเต็มที่นะครับ

หากรู้สึกว่ากระดูกปวดเมื่อยเวลาฝนตก

ทำไมไม่ลองตรวจความหนาแน่นของกระดูกในโอกาสนี้ดูล่ะครับ?

กระดูกเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุด

ในการพยุงร่างกายของเรา

แต่เมื่ออายุมากขึ้น

หากระบบการเผาผลาญของกระดูกผิดปกติ

หรือเกิดความไม่สมดุลของแคลเซียม

มวลและความหนาแน่นของกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว

สรุปครบถ้วน: ตั้งแต่รอบการตรวจความหนาแน่นของกระดูกไปจนถึงการแปลผล T-score

ปัญหาคือกระบวนการนี้

ดำเนินไปโดยไม่มีอาการปวด

ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะกระดูกพรุน

ที่กระดูกหักได้ง่ายแม้ได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย

เราจะมาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจความหนาแน่นของกระดูก

ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสุขภาพกระดูกกันครับ

ใครควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูก?

การป้องกันภาวะกระดูกพรุนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณมีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้

การตรวจเป็นประจำถือเป็นสิ่งจำเป็น

สรุปครบถ้วน: ตั้งแต่รอบการตรวจความหนาแน่นของกระดูกไปจนถึงการแปลผล T-score

ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และ

ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป

ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือ

ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนวัยอันควรจากการผ่าตัดรังไข่

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการหักของกระดูก เช่น

น้ำหนักน้อย, มีประวัติกระดูกหักบ่อย, มีประวัติครอบครัว

ผู้ที่กำลังรับการรักษาด้วยยาสำหรับภาวะกระดูกพรุน

ก่อนการตรวจ โปรดตรวจสอบสิ่งเหล่านี้!

เนื่องจากการตรวจความหนาแน่นของกระดูกใช้รังสี

หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือมีแนวโน้มที่จะตั้งครรภ์

โปรดแจ้งให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบล่วงหน้า

นอกจากนี้ หากคุณมีการตรวจอื่น ๆ

ที่ใช้สารทึบรังสี

คุณควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูกก่อนเสมอ

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ

โชคดีที่การตรวจนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหาร

จึงไม่จำเป็นต้องงดอาหาร

สรุปครบถ้วน: ตั้งแต่รอบการตรวจความหนาแน่นของกระดูกไปจนถึงการแปลผล T-score

หากมีเครื่องประดับโลหะ, ซิป, กระดุม ฯลฯ

บริเวณเอวหรือต้นขา ซึ่งเป็นบริเวณที่ตรวจ

สิ่งเหล่านี้จะถูกพิจารณาว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมและอาจส่งผลต่อผลลัพธ์

ดังนั้น ควรถอดออกหรือเปลี่ยนเป็นชุดตรวจที่สบาย

การตรวจดำเนินไปอย่างไร?

ผู้ป่วยจะนอนหงายบนเตียงตรวจในท่าที่ถูกต้อง

โดยจะทำการวัดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอวและต้นขา (ข้อสะโพก)

ซึ่งเป็นบริเวณที่กระดูกหักบ่อยที่สุดและมีข้อผิดพลาดในการวัดน้อยที่สุด

สรุปครบถ้วน: ตั้งแต่รอบการตรวจความหนาแน่นของกระดูกไปจนถึงการแปลผล T-score

การตรวจกระดูกสันหลังส่วนเอว

เพื่อยืดหลังให้ตรง

จะวางขาบนแท่นรอง

แล้วทำการวัด

การตรวจข้อสะโพก

จะหมุนข้อเท้าเข้าด้านใน

ตรึงไว้กับอุปกรณ์

แล้วทำการวัดอย่างละเอียด

การตรวจทั้งตัว

ในบางกรณี อาจมีการตรวจทั้งตัว

เพื่อตรวจสอบปริมาณไขมันและมวลกระดูก

และประเมินภาวะกล้ามเนื้อพร่องร่วมด้วย

จะอ่านค่า ‘T-score’ ในผลตรวจได้อย่างไร?

ผลการตรวจมักจะ

แสดงเป็นค่า T-score

ซึ่งเป็นค่าที่เปรียบเทียบกับ

ความหนาแน่นของกระดูกเฉลี่ยของผู้ใหญ่ที่อายุน้อยและมีสุขภาพดี

-1.0 ขึ้นไป: ปกติ

ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5: ภาวะกระดูกบาง (ระยะเฝ้าระวัง)

-2.5 หรือต่ำกว่า: ภาวะกระดูกพรุน (จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง)

-2.5 หรือต่ำกว่า และมีกระดูกหักร่วมด้วย: ภาวะกระดูกพรุนรุนแรง

ไม่ต้องกังวลเรื่องการได้รับรังสี!

หลายคนกังวลเกี่ยวกับการได้รับรังสี

แต่ปริมาณรังสีที่เกิดขึ้นจากการตรวจความหนาแน่นของกระดูกนั้น

น้อยมาก เพียง 1 ใน 10 ของ

การเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไป

ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 1 ใน 300 ของ

ปริมาณรังสีธรรมชาติที่เราได้รับในชีวิตประจำวันตลอดทั้งปี

และน้อยกว่าการขึ้นเครื่องบินหนึ่งครั้งเสียอีก

ดังนั้น คุณจึงสามารถเข้ารับการตรวจได้อย่างสบายใจ

โดยปกติแล้ว แนะนำให้ตรวจความหนาแน่นของกระดูก

เป็นประจำทุกปี

เมื่อกระดูกอ่อนแอลงแล้ว

ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก

ในการฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรง

ปีละครั้ง

โปรดใช้เวลาในการ

ตรวจสอบสุขภาพกระดูก

ซึ่งเป็นเสาหลักของร่างกายของคุณ

▼ ตรวจสุขภาพแบบองค์รวมรวมถึงภาวะกระดูกพรุนได้ที่ KMI Gwangju ▼

การจองที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาโทรศัพท์

จองเสร็จภายใน 1 นาทีผ่าน KakaoTalk!

▼ หากต้องการสอบถามข้อมูลการจอง KMI Gwangju ▼

(โทร: 1600-2137)

#ตรวจความหนาแน่นของกระดูก #กระดูกพรุน #สุขภาพกระดูก

#กระดูกบาง #Geomjingaja #ตรวจสุขภาพ

#ป้องกันกระดูกหัก #สุขภาพหลังหมดประจำเดือน #สุขภาพผู้สูงอายุ

#Tscore #ตรวจกระดูกพรุน #แคลเซียม #วิตามินดี #โภชนาการกระดูก

คำถามที่พบบ่อย

ใครควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นของกระดูก?

แนะนำสำหรับผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนวัยอันควรจากการผ่าตัดรังไข่ และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการแตกหัก เช่น น้ำหนักน้อย หรือมีประวัติครอบครัว ก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจเป็นประจำ

จำเป็นต้องงดอาหารก่อนการตรวจความหนาแน่นของกระดูกหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องงดอาหาร สามารถทำการตรวจได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหาร อย่างไรก็ตาม หากมีการตรวจอื่นที่ใช้สารทึบรังสี จะต้องทำการตรวจความหนาแน่นของกระดูกก่อนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง และควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทราบหากมีความเป็นไปได้ที่จะตั้งครรภ์

จะตีความค่า T-score จากผลการตรวจความหนาแน่นของกระดูกได้อย่างไร?

ค่า T-score ที่ -1.0 ขึ้นไปถือว่าปกติ ค่าระหว่าง -1.0 ถึง -2.5 แสดงถึงภาวะกระดูกบาง ซึ่งต้องให้ความสนใจ และหากต่ำกว่า -2.5 จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง หากค่า T-score ต่ำกว่า -2.5 และมีกระดูกหักร่วมด้วย จะจัดเป็นโรคกระดูกพรุนรุนแรง

การสัมผัสรังสีระหว่างการตรวจความหนาแน่นของกระดูกปลอดภัยหรือไม่?

ใช่ ปลอดภัยมาก ปริมาณรังสีที่เกิดขึ้นระหว่างการตรวจความหนาแน่นของกระดูกนั้นน้อยกว่าการเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไปถึง 10 เท่า และเป็นเพียงประมาณ 1 ใน 300 ของปริมาณรังสีธรรมชาติที่ได้รับในชีวิตประจำวันตลอดหนึ่งปี ซึ่งน้อยกว่าปริมาณที่ได้รับจากการบินเครื่องบินหนึ่งครั้ง ดังนั้นคุณจึงวางใจได้

ควรตรวจความหนาแน่นของกระดูกบ่อยแค่ไหน?

โดยปกติแนะนำให้ตรวจสุขภาพประจำปีปีละ 1 ครั้ง เมื่อกระดูกอ่อนแอลงแล้ว การฟื้นตัวต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ดังนั้นจึงควรตรวจสุขภาพกระดูกซึ่งเป็นเสาหลักของร่างกายปีละครั้งเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน

Like