검진가자 공식블로그

2026-05-29

ท้องเสียธรรมดาหรือโรคลำไส้อักเสบ? วิธีตรวจเช็กด้วยตัวเองจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว

เรียนรู้วิธีแยกแยะอาการท้องเสียทั่วไปกับโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง พร้อมเคล็ดลับการดูแลสุขภาพลำไส้เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน 70% ของร่างกาย

ท้องเสียธรรมดาหรือโรคลำไส้อักเสบ? วิธีตรวจเช็กด้วยตัวเองจากการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว

สวัสดีค่ะ

Geomjin Gaja (ไปตรวจสุขภาพกันเถอะ) ค่ะ

บางครั้งคุณอาจเคยมีประสบการณ์

ขับถ่ายไม่ปกติหลังรับประทานอาหาร

โดยเฉพาะหลังจากช่วงเทศกาลสำคัญ

หรือการรวมตัวของครอบครัวผ่านพ้นไป

มักจะมีผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์

ด้วยอาการผิดปกติทางระบบทางเดินอาหาร

การได้เพลิดเพลินกับอาหารอร่อยๆ

อย่างเต็มที่เป็นเรื่องที่ดีนะคะ

แต่ถ้าลำไส้ซึ่งเปรียบเสมือน ‘รากฐาน’ ของร่างกาย

กำลังส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เรื่องนี้ก็ต้องเปลี่ยนไปค่ะ

วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพลำไส้

ซึ่งเป็นด่านหน้าของภูมิคุ้มกันในร่างกายเรา

โดยเฉพาะใครที่กำลังวางแผนจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปตรวจสุขภาพ

ขอให้ตั้งใจอ่านจนจบนะคะ!

ทำไมต้องเป็นลำไส้? แหล่งรวมภูมิคุ้มกันกว่า 70% ของร่างกาย!

อาหารที่เรากินเข้าไปจะผ่านทางปาก

แต่เกราะป้องกันที่ช่วยปกป้องเราจากแบคทีเรียและไวรัสจำนวนมหาศาล

ที่ปนเปื้อนมากับอาหารนั้น อยู่ที่ลำไส้นี่เองค่ะ

คุณทราบหรือไม่ว่า เซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายเรา

หนาแน่นอยู่ในลำไส้ถึง 70% เลยทีเดียว?

หากลำไส้ไม่แข็งแรง

ผลกระทบจะไม่หยุดอยู่แค่เพียงอาการปวดท้องค่ะ

มีผลการวิจัยออกมาอย่างต่อเนื่องว่า สุขภาพลำไส้มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด

ตั้งแต่โรคภูมิแพ้ เช่น อะโทปี หอบหืด ไปจนถึงโรคซึมเศร้า

และแม้แต่โรคที่คุกคามคุณภาพชีวิตในวัยชรา

อย่างพาร์กินสันหรืออัลไซเมอร์

ดังนั้น การดูแลลำไส้จึงเป็น

ก้าวแรกของการดูแลสุขภาพทั่วทั้งร่างกายค่ะ

เข้าห้องน้ำบ่อยแบบนี้ เป็นโรคหรือเปล่า? วิธีแยกแยะตามอาการ

หลายคนมักจะบอกว่า ‘ปกติฉันท้องเสียบ่อยอยู่แล้ว’

แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า

เราต้องแยกแยะระหว่าง ‘ท้องเสียจริง’ กับ ‘ท้องเสียเทียม’ ให้ได้ค่ะ

กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (ท้องเสียเทียม)

มักมีอาการปวดท้องและต้องเข้าห้องน้ำทันทีเมื่อเครียดหรือหลังกินอาหาร

แต่ถึงแม้จะเป็นมานานหลายปี น้ำหนักตัวก็แทบจะไม่เปลี่ยนแปลง

ส่วนใหญ่มักเป็นโรคที่เกิดจากการทำงานของลำไส้ใหญ่ที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (ท้องเสียจริง)

หากมีอาการท้องเสียร่วมกับ

น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่มีสาเหตุ

หรือปวดท้องรุนแรงจนต้องตื่นขึ้นมากลางดึก

ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ

เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นโรคอักเสบเรื้อรัง

เช่น โรคโครห์น (Crohn’s disease) หรือโรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย

ควรรีบเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดโดยไม่รอช้าค่ะ

กำจัดติ่งเนื้อ เมล็ดพันธุ์ของมะเร็ง!

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยมากในคนเกาหลี

แต่โชคดีที่มันถูกเรียกว่า ‘มะเร็งที่ใจดี’ ค่ะ

เพราะเราสามารถกำจัดติ่งเนื้อ (Polyp)

ซึ่งเป็นระยะก่อนที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้

ผ่านการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เป็นประจำนั่นเอง

โดยเฉพาะติ่งเนื้อรูปฟันเลื่อย (Serrated polyp) ที่มีลักษณะแบนราบ

ทำให้ตรวจพบได้ยาก แต่มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นมะเร็งสูงมาก

หากคุณมีอายุระหว่าง 45 ถึง 50 ปี แม้จะไม่มีอาการใดๆ

ก็ควรเริ่มเข้ารับการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เป็นครั้งแรกค่ะ

อย่าลืมว่า แค่กำจัดติ่งเนื้อได้ทันเวลา ก็สามารถลดความเสี่ยง

ในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้มากกว่า 60% เลยนะคะ!

3 บัญญัติการดูแลลำไส้ที่แพทย์แนะนำ

หลายคนมักจะมองหาอาหารเสริมจุลินทรีย์ (โพรไบโอติกส์) เป็นอันดับแรกใช่ไหมคะ?

แต่คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนั้นแตกต่างออกไปเล็กน้อยค่ะ

อย่าประหยัดใยอาหาร

อาหารที่ดีที่สุดของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ไม่ใช่ยาบำรุง

แต่คือใยอาหารในผักและผลไม้ที่เรากินเข้าไปค่ะ

อาหารที่มีใยอาหารสูงจะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศของจุลินทรีย์ในลำไส้ให้แข็งแรง

ปาฏิหาริย์ของน้ำเปล่าหนึ่งแก้วตอนท้องว่าง

การดื่มน้ำอุ่นหนึ่งแก้วทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า

จะช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ (Gastrocolic reflex) ช่วยป้องกันอาการท้องผูก

และเป็นยาบำรุงชั้นดีที่ช่วยในการขับถ่ายของเสียค่ะ

ปรับเปลี่ยนนิสัยการกิน

การใช้หลอดดูดน้ำหรือการกินอาหารเร็วเกินไป

จะทำให้เรากลืนอากาศเข้าไปด้วย

ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องอืดและแก๊สในกระเพาะอาหาร

เพียงแค่ฝึกนิสัยเคี้ยวอาหารให้ช้าลง

ลำไส้ก็จะทำงานได้สบายขึ้นมากค่ะ

ของขวัญที่จำเป็นที่สุดสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในโอกาสวันเกิดหรือวันแซยิดคืออะไร?

เงินสดหรืออาหารดีๆ ก็ดีนะคะ

แต่การตรวจสุขภาพอย่างละเอียดที่มีการส่องกล้องรวมอยู่ด้วย

คือการแสดงความกตัญญูที่ชัดเจนที่สุด เพื่อรับประกันสุขภาพที่ดีของท่านไปอีก 10 ปีค่ะ

ในวัยชรา เมื่อภูมิคุ้มกันลดลง

มักเกิดกรณีที่เชื้อวัณโรคที่แฝงตัวอยู่เข้าจู่โจมลำไส้ (วัณโรคลำไส้)

หรือเกิดการอักเสบลุกลามในลำไส้ที่เสื่อมสภาพลงได้บ่อยครั้ง

ในโอกาสนี้ ลองจูงมือคุณพ่อคุณแม่

ไปเยี่ยมชมศูนย์ตรวจสุขภาพกันดูดีไหมคะ?

▼ พบกับโปรโมชั่นตรวจสุขภาพระบบทางเดินอาหารได้ที่ KMI ปูซาน ▼

▼ หากต้องการสอบถามการจอง KMI ปูซาน ▼

(Tel : 1600-2137)

▼ หากคุณสงสัยเกี่ยวกับศูนย์ตรวจสุขภาพทั่วประเทศสำหรับโปรแกรมตรวจสุขภาพฤดูใบไม้ผลิ ▼

#ตรวจสุขภาพ #สุขภาพลำไส้ #เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

#ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ #ลำไส้แปรปรวน

#โรคโครห์น #ลำไส้ใหญ่อักเสบ #ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

#กำจัดติ่งเนื้อ #เนื้องอกลำไส้ #ใยอาหาร

#แก้ท้องผูก #ตรวจสุขภาพพ่อแม่

#ของขวัญแทนความกตัญญู #ตรวจสุขภาพวัยเกษียณ #GeomjinGaja

#ตรวจสุขภาพประจำปี #สุขภาพทางเดินอาหาร #จุลินทรีย์ในลำไส้

คำถามที่พบบ่อย

จะแยกความแตกต่างระหว่างโรคลำไส้แปรปรวนธรรมดาและโรคลำไส้อักเสบได้อย่างไร?

สามารถแยกแยะได้จากการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและการมีอาการปวดท้องตอนกลางคืน โรคลำไส้แปรปรวนมักจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญแม้จะผ่านไปหลายปี ในขณะที่โรคลำไส้อักเสบจะมาพร้อมกับการลดน้ำหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการปวดท้องที่รบกวนการนอนหลับ และอุจจาระปนเลือด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียด

ควรเริ่มตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้องเมื่อใด?

หากคุณมีอายุระหว่าง 45 ถึง 50 ปี คุณควรได้รับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ครั้งแรกแม้ว่าจะไม่มีอาการใดๆ การตรวจคัดกรองเป็นประจำในช่วงวัยนี้สามารถช่วยตรวจพบและกำจัดติ่งเนื้อที่อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้มากกว่า 60%

การรับประทานอาหารเสริมโปรไบโอติกเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงสุขภาพลำไส้หรือไม่?

การบริโภคใยอาหารจากผักและผลไม้เป็นสิ่งที่แนะนำมากกว่าอาหารเสริม ใยอาหารเป็นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดสำหรับแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ ซึ่งช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศจุลินทรีย์ในลำไส้ให้แข็งแรง

การดื่มน้ำตอนท้องว่างในตอนเช้าช่วยเรื่องสุขภาพลำไส้ได้หรือไม่?

ใช่ การดื่มน้ำอุ่นหนึ่งแก้วตอนท้องว่างในตอนเช้ามีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพลำไส้ สิ่งนี้ช่วยกระตุ้นการสะท้อนของกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่ ส่งเสริมการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้หลอดดูดอาหารไม่ดีต่อลำไส้หรือไม่?

ใช่ การใช้หลอดดูดหรือการกินอาหารเร็วเกินไปอาจทำให้คุณกลืนอากาศเข้าไปด้วย ซึ่งไม่ดีต่อลำไส้ อากาศที่กลืนเข้าไปนี้อาจทำให้เกิดอาการท้องอืดและแก๊ส ดังนั้นการมีนิสัยเคี้ยวอาหารช้าๆ จะทำให้ลำไส้ของคุณสบายขึ้น

Like