2026-05-29
โรคหลอดเลือดสมองในฤดูร้อนที่น่ากลัวกว่าฤดูหนาว: 5 สัญญาณอันตรายที่หลอดเลือดของคุณกำลังบอก
เรียนรู้ทำไมโรคหลอดเลือดสมองถึงอันตรายในฤดูร้อน พร้อม 5 สัญญาณเตือนและวิธีรับมือในช่วงนาทีทองเพื่อรักษาชีวิต


สวัสดีค่ะ
จาก ‘กอมจินกาจา’ (Geomjin Gaja) ค่ะ
ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนจากร้อนจัดมาเป็นหนาวกะทันหันนะคะ
วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องโรคหลอดเลือดสมอง
ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการดูแลสุขภาพ
แต่หลายคนมักจะมองข้ามไปค่ะ
ปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักคิดว่า
โรคหลอดเลือดสมองหรือภาวะสมองขาดเลือด
จะอันตรายเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีลมเย็นพัดผ่านใช่ไหมคะ?
แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับเตือนว่า
ฤดูร้อนอาจอันตรายยิ่งกว่าฤดูหนาวเสียอีก
เราได้รวบรวมเหตุผล พร้อมอาการนำที่ต้องรู้
และวิธีรับมือมาฝากกันค่ะ
ทำไมภาวะสมองขาดเลือดถึงอันตรายกว่าในฤดูร้อน?
ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้น
ร่างกายของเราจะขยายหลอดเลือด
เพื่อช่วยในการระบายความร้อน
ในตอนนี้ ความดันโลหิตจะลดต่ำลง
ทำให้ปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงสมองลดลงตามไปด้วยค่ะ
สาเหตุที่รุนแรงกว่านั้นคือ ‘ภาวะขาดน้ำ’
เมื่อเราเหงื่อออกมากจนร่างกายขาดน้ำ
เลือดจะเริ่มเหนียวข้นเหมือนน้ำเชื่อม
และหากเกิดลิ่มเลือด (Thrombus) ขึ้น
แล้วไปอุดตันหลอดเลือดสมอง
ก็จะเกิดภาวะสมองขาดเลือดทันทีค่ะ
นี่คือเหตุผลที่ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงหรือเบาหวาน
ต้องระมัดระวังเรื่องการดื่มน้ำในฤดูร้อนเป็นพิเศษค่ะ

5 อาการหลักของโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องจำให้ขึ้นใจ
โรคหลอดเลือดสมอง
แม้จะดูเหมือนมาเยือนโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
แต่จริงๆ แล้วร่างกายของเราจะส่งสัญญาณบอกเสมอค่ะ
หากมีอาการใดอาการหนึ่งดังต่อไปนี้
ต้องรีบไปห้องฉุกเฉินทันทีนะคะ
อัมพฤกษ์ครึ่งซีก
แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง
หรือมีความรู้สึกชา
ความผิดปกติทางการพูด
พูดไม่ชัด พูดติดขัด
หรือไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูด
ความผิดปกติทางการมองเห็น
ตาข้างใดข้างหนึ่งมองไม่เห็น
หรือเห็นภาพซ้อน (Diplopia)

อาการเวียนศีรษะ
เวียนศีรษะอย่างรุนแรง
จนไม่สามารถทรงตัวได้
ปวดศีรษะรุนแรง
รู้สึกปวดเหมือนโดนค้อนทุบ
เป็นความเจ็บปวดรุนแรงแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต
‘เดี๋ยวก็คงหายไปเองมั้ง?’ กับดักของภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA)
ประมาณ 30% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
จะเคยมีอาการที่ปรากฏขึ้นแล้วหายไปเองราวกับปาฏิหาริย์ภายใน 1 ชั่วโมง
ซึ่งเรียกว่า ‘ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว’ (Transient Ischemic Attack)
หลายคนคิดว่าคงเป็นเพราะเหนื่อยเกินไป
จึงปล่อยผ่านไป
แต่นี่คือคำเตือนสุดท้าย
ก่อนที่พายุลูกใหญ่จะมาถึงค่ะ
ตามสถิติพบว่า ผู้ป่วยจำนวนมากที่เคยมีอาการนี้
จะเกิดภาวะสมองขาดเลือดของจริงภายในหนึ่งสัปดาห์ค่ะ
4.5 ชั่วโมง: ช่วงเวลาทอง (Golden Time) ที่ตัดสินความเป็นความตาย
เซลล์สมองจะเริ่มตายอย่างรวดเร็ว
หากขาดเลือดไปเลี้ยงเพียงไม่กี่นาที
ต้องไปถึงโรงพยาบาลภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาทีหลังเกิดอาการ
เพื่อให้แพทย์สามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ
เพื่อเปิดทางเดินเลือดได้ทันค่ะ

หากหลอดเลือดใหญ่เกิดการอุดตัน
จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำลิ่มเลือดออกโดยตรง
ภายในเวลา 6 ชั่วโมงค่ะ
‘นอนพักสักตื่นคงดีขึ้นเอง’
ขอให้ระลึกไว้เสมอว่า ความคิดนี้อาจทำให้เกิดความพิการไปตลอดชีวิตได้ค่ะ
วิธีดูแลหลอดเลือดสมองในชีวิตประจำวัน
นิสัยการใช้ชีวิต
การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองถึง 2 เท่า
และความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
จะเพิ่มความเสี่ยงสูงถึง 5 เท่า
การเลิกบุหรี่เป็นสิ่งจำเป็น
และการดื่มแอลกอฮอล์เกินวันละ 2 แก้วถือเป็นยาพิษค่ะ
การจัดการอาหาร
รับประทานกรดไขมันไม่อิ่มตัว
(ปลาหลังสีน้ำเงิน, ถั่วต่างๆ) ที่ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด
และหลีกเลี่ยงอาหารประเภทน้ำซุปที่มีโซเดียมสูง
หรืออาหารแปรรูปค่ะ
การตรวจเช็กด้วยตนเอง
ลองยื่นแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้าขนานกับพื้น
แล้วค้างไว้ 30 วินาที
หากแขนข้างใดข้างหนึ่งตกลง
หรือฝ่ามือพลิกกลับ
ต้องรีบไปตรวจร่างกายทันทีค่ะ
โรคหลอดเลือดสมอง การป้องกันคือวิธีที่ดีที่สุด
แต่หากเกิดขึ้นแล้ว ‘เวลาคือชีวิต’ ค่ะ
หวังว่าคุณจะแชร์ข้อมูลที่สรุปในวันนี้ให้ครอบครัวได้รับทราบ
และขอให้มีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดฤดูร้อนนี้ค่ะ!
▼ สำหรับการตรวจสุขภาพรวมที่มีการอัลตราซาวด์หลอดเลือดแดงที่คอ (Carotid Ultrasound) ต้องที่ KMI ยออีโด ▼

▼ หากต้องการสอบถามการจองที่ KMI ยออีโด ▼
(โทร : 1600-2137)

#โรคหลอดเลือดสมอง #ภาวะสมองขาดเลือด #โรคหลอดเลือด #ดูแลสุขภาพ #สุขภาพฤดูร้อน #อาการนำสมองขาดเลือด #ช่วงเวลาทอง #จัดการความดันโลหิต #โรคเบาหวาน #สุขภาพหลอดเลือด #ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง #ตรวจเช็กด้วยตนเอง #ปฐมพยาบาลฉุกเฉิน #ลิ่มเลือด #หลอดเลือดแข็งตัว #อัลตราซาวด์หลอดเลือดคอ #ตรวจสุขภาพ #กอมจินกาจา #ข้อมูลสุขภาพ #อัมพฤกษ์ #สุขภาพพ่อแม่
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมภาวะสมองขาดเลือดจึงเกิดขึ้นบ่อยขึ้นในฤดูร้อน?
ใช่ การขาดน้ำและความดันโลหิตต่ำในฤดูร้อนเป็นสาเหตุหลัก เมื่อเหงื่อออกมากและร่างกายขาดน้ำ เลือดจะหนืดขึ้น ทำให้เกิดลิ่มเลือดได้ง่าย และเพื่อควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย หลอดเลือดจะขยายตัว ทำให้ปริมาณเลือดที่ไหลไปเลี้ยงสมองลดลง เพิ่มความเสี่ยงของภาวะสมองขาดเลือด
อาการทั่วไปของโรคหลอดเลือดสมองคืออะไร?
อาการทั่วไป 5 ประการ ได้แก่ อัมพาตครึ่งซีก, ความผิดปกติทางการพูด, ความผิดปกติทางการมองเห็น, เวียนศีรษะ, และปวดศีรษะอย่างรุนแรง หากคุณรู้สึกอ่อนแรงที่แขนขาข้างใดข้างหนึ่ง พูดไม่ชัด เห็นภาพซ้อน หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรงที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คุณควรรีบไปห้องฉุกเฉินทันที
หากอาการโรคหลอดเลือดสมองปรากฏขึ้นแล้วหายไปอย่างรวดเร็ว สามารถวางใจได้หรือไม่?
ไม่ คุณไม่ควรวางใจอย่างแน่นอน อาการที่หายไปภายใน 1 ชั่วโมงเรียกว่าภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสุดท้ายก่อนที่จะเกิดภาวะสมองขาดเลือดจริง ผู้ป่วยจำนวนมากที่ประสบอาการเหล่านี้จะเกิดภาวะสมองขาดเลือดภายในหนึ่งสัปดาห์ ดังนั้นคุณควรได้รับการตรวจทันที
ช่วงเวลาทองสำหรับการรักษาภาวะสมองขาดเลือดคือเท่าไร?
ช่วงเวลาทองคือภายใน 4 ชั่วโมง 30 นาทีหลังจากเกิดภาวะสมองขาดเลือด คุณต้องมาถึงโรงพยาบาลภายในเวลานี้เพื่อรับยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำเพื่อเปิดหลอดเลือดที่อุดตัน หากหลอดเลือดขนาดใหญ่อุดตัน คุณต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อนำลิ่มเลือดออกโดยตรงภายใน 6 ชั่วโมง
มีวิธีวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองด้วยตนเองง่ายๆ ที่บ้านหรือไม่?
ใช่ มีวิธีตรวจสอบโดยการยกแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้า หากคุณเหยียดแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้าและค้างไว้ 30 วินาที แล้วแขนข้างใดข้างหนึ่งตกหรือฝ่ามือพลิก นั่นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดสมอง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจจากแพทย์ทันที