검진가자 공식블로그

2026-05-29

แผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อเกิดอุบัติเหตุแผลพุพอง

เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเมื่อเกิดแผลพุพองจากความร้อน พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันแผลเป็นถาวรและการติดเชื้ออันตราย

แผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อเกิดอุบัติเหตุแผลพุพอง
แผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อเกิดอุบัติเหตุแผลพุพอง

สวัสดีครับ

Geomjin Gaja มาแล้วครับ

ในการใช้ชีวิตประจำวัน

หลายคนคงเคยเผชิญกับอุบัติเหตุแผลพุพอง

ไม่ว่าจะเป็นแผลเล็กหรือแผลใหญ่กันมาบ้าง

โดยเฉพาะการทำรามยอนหกใส่

จนโดนน้ำร้อนลวก

หรือในช่วงที่ถังหูลูกำลังฮิต

ก็มีผู้ป่วยแผลไหม้จากน้ำเชื่อมร้อนๆ

ที่เหนียวและลวกผิวเป็นจำนวนมาก

อุบัติเหตุเหล่านี้อยู่รอบตัวเรา

แต่เมื่อเกิดขึ้นจริงมักจะทำให้เราตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่อง

แผลพุพองจากความร้อนกันครับ

โดยเราจะมาเรียนรู้ถึงอันตราย

และวิธีรับมือที่ถูกต้อง

ตามคำแนะนำของศาสตราจารย์แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมแผลไหม้ครับ

แผลพุพองเกิดขึ้นได้กับทุกคนโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า

แผลพุพองไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ

มีกรณีผู้สูงอายุวัย 71 ปี ต้มน้ำสมุนไพรแล้วทำหกใส่

จนเกิดแผลไหม้ทั่วร่างกาย

หรือเด็กทารกวัย 11 เดือน

ดึงสายกาน้ำร้อนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

รวมถึงอุบัติเหตุแก๊สระเบิดขณะทำงานในร้านอาหาร

ซึ่งผู้ป่วยที่มีแผลไหม้รุนแรงเหล่านี้

ต้องต่อสู้ระหว่างความเป็นและความตายเลยทีเดียว

ไม่เกินจริงเลยที่จะกล่าวว่า เราใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความร้อนในทุกๆ วัน

ศาสตราจารย์ได้เตือนว่า ความประมาทเพียงชั่วครู่

อาจนำไปสู่ความเจ็บปวดไปตลอดชีวิตได้

ทำไมความลึกและพื้นที่ของแผลถึงสำคัญ?

แผลพุพองแบ่งออกเป็นระดับ 1 ถึง 3 ตามระดับความเสียหายของผิวหนัง

แผลไหม้ระดับที่ 1

เสียหายเฉพาะผิวหนังชั้นนอก

ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีแดงแต่สามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ

แผลไหม้ระดับที่ 2

เกิดตุ่มน้ำพองและผิวหนังชั้นแท้ได้รับความเสียหาย

หากเป็นชั้นตื้นจะหายได้ภายใน 2 สัปดาห์

แต่หากเป็นชั้นลึกจะทิ้งแผลเป็นและอาจต้องรับการผ่าตัด

แผลไหม้ระดับที่ 3

ผิวหนังทุกชั้นและไขมันใต้ผิวหนังถูกทำลาย

ไม่สามารถฟื้นฟูเองได้ตามธรรมชาติ

และจำเป็นต้องรับการผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนังเท่านั้น

แผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อเกิดอุบัติเหตุแผลพุพอง

พื้นที่ของแผลก็สำคัญเช่นกัน

หากได้รับแผลไหม้มากกว่า 20% ของร่างกาย

จะถูกจัดเป็นแผลไหม้รุนแรง

ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดพุ่งสูงขึ้น

เพราะเมื่อผิวหนังที่เป็นเกราะป้องกันร่างกายหายไป

เชื้อโรคจะแทรกซึมเข้าไปทำให้เกิดภาวะอวัยวะล้มเหลว

และเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

กับดักที่น่ากลัวของ ‘แผลไหม้จากอุณหภูมิต่ำ’

แผลพุพองไม่ได้เกิดจากไฟหรือน้ำที่ร้อนจัดเท่านั้น

แม้ในอุณหภูมิประมาณ 40 องศาที่รู้สึกอุ่นสบาย

หากสัมผัสเป็นเวลานาน

ก็อาจเกิดแผลไหม้จากอุณหภูมิต่ำได้

เช่น การเปิดแผ่นทำความร้อนไฟฟ้านอน

หรือการแช่น้ำอุ่นนานเกินไป

แม้เจ้าตัวจะรู้สึกว่าแค่อุ่นๆ

แต่โปรตีนในผิวหนังจะค่อยๆ เปลี่ยนสภาพ

จนเนื้อเยื่อชั้นลึกได้รับความเสียหาย

แผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อเกิดอุบัติเหตุแผลพุพอง

โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ความรู้สึกช้า

หรือเด็กทารกที่หลับสนิท

มักเกิดเหตุการณ์นี้บ่อยครั้ง

จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

การปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและข้อห้ามเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

สิ่งแรกที่ต้องทำทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุคือ

การเอาแหล่งความร้อนออกไป

จากนั้นต้องลดอุณหภูมิของบริเวณที่ถูกลวก

ด้วยการเปิดน้ำสะอาดให้ไหลผ่าน

แต่มีข้อควรระวังดังนี้ครับ

แผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อเกิดอุบัติเหตุแผลพุพอง

ห้ามใช้น้ำแข็งเด็ดขาด

น้ำแข็งที่เย็นจัดจะทำให้หลอดเลือดหดตัว

และอาจทำให้บาดแผลแย่ลงได้

ห้ามใช้ความเชื่อผิดๆ

การราดเหล้าโซจูหรือทาเต้าเจี้ยว

มีแต่จะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อเท่านั้น

รักษาตุ่มน้ำพอง

ตุ่มน้ำพองทำหน้าที่เป็น ‘วัสดุปิดแผลตามธรรมชาติ’

ที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

ห้ามเจาะให้แตกเอง

และควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

การต่อสู้ที่มากกว่าการรักษา: การฟื้นฟูและการดูแลแผลเป็น

การรักษาแผลพุพองไม่ได้สิ้นสุดลง

เพียงแค่แผลสมานตัวเท่านั้น

หากเกิดอาการผิวหนังหดรั้ง (Contracture)

จะทำให้เคลื่อนไหวข้อต่อได้ลำบาก

เพื่อป้องกันสิ่งนี้

การทำกายภาพบำบัดและการนวดอย่างสม่ำเสมอ

จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ต้องดูแลเรื่องความชุ่มชื้นอย่างเคร่งครัด

เพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิว

และการจะผ่านพ้นการต่อสู้อันยาวนานกับแผลเป็นไปได้

ต้องอาศัยความตั้งใจอันแน่วแน่ของผู้ป่วยและครอบครัวครับ

แผลพุพองไม่เพียงแต่ทิ้งความเจ็บปวดทางกาย

แต่ยังทิ้งบาดแผลไว้ในใจด้วย

#อุบัติเหตุแผลไหม้ #ปฐมพยาบาล #ศัลยกรรมแผลไหม้

#แผลไหม้อุณหภูมิต่ำ #แผลไหม้ระดับ3 #ปลูกถ่ายผิวหนัง

#แผลเป็นจากความร้อน #ไฟดูด #น้ำร้อนลวก

#ข้อควรระวังในการเลี้ยงลูก #ป้องกันอุบัติเหตุ

#รักษาแผลไหม้ #กายภาพบำบัด #สุขภาพผิว

#ดูแลความชุ่มชื้น #ความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน #ข้อมูลสุขภาพ

#โรงพยาบาลเฉพาะทางแผลไหม้ #ตรวจสุขภาพ #GeomjinGaja

คำถามที่พบบ่อย

เมื่อถูกไฟไหม้ สามารถใช้น้ำแข็งลดความร้อนได้หรือไม่?

ไม่ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแข็งโดยเด็ดขาด การนำน้ำแข็งที่เย็นจัดไปประคบโดยตรงบริเวณที่ถูกไฟไหม้ อาจทำให้หลอดเลือดหดตัวและทำให้อาการแย่ลงได้ วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องคือการใช้น้ำเย็นที่ไหลผ่าน ค่อยๆ ลดอุณหภูมิของบริเวณที่ถูกไฟไหม้ลงทีละน้อย แทนการใช้น้ำแข็ง

ตุ่มน้ำที่เกิดจากไฟไหม้ ควรเจาะออกหรือไม่?

ไม่ ควรหลีกเลี่ยงการเจาะตุ่มน้ำโดยพลการ ตุ่มน้ำที่เกิดจากไฟไหม้ทำหน้าที่เป็นเหมือนผ้าปิดแผลธรรมชาติที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย การเจาะออกเองจะเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อทุติยภูมิ ดังนั้นควรรักษาตุ่มน้ำไว้และรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างมืออาชีพ

สามารถถูกไฟไหม้ได้หรือไม่ แม้จะนอนหลับโดยเปิดผ้าห่มไฟฟ้าทิ้งไว้?

ใช่ คุณสามารถถูกไฟไหม้จากอุณหภูมิต่ำได้ แม้ในอุณหภูมิที่อบอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส หากผิวหนังสัมผัสเป็นเวลานาน โปรตีนอาจค่อยๆ เสื่อมสภาพและทำลายเนื้อเยื่อส่วนลึกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่มีความรู้สึกทื่อ หรือทารกและเด็กเล็กที่หลับลึก จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

แผลไฟไหม้ระดับ 3 สามารถหายเองได้ตามธรรมชาติหรือไม่?

ไม่ แผลไฟไหม้ระดับ 3 ไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ตามธรรมชาติ เนื่องจากเป็นภาวะรุนแรงที่ผิวหนังทั้งหมดรวมถึงไขมันใต้ผิวหนังถูกทำลาย จึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนัง หากถูกไฟไหม้มากกว่า 20% ของร่างกาย ความเสี่ยงของการติดเชื้อและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการรักษาฉุกเฉินทันทีจึงเป็นสิ่งจำเป็น

หลังจากแผลไฟไหม้หายแล้ว ควรดูแลอย่างไร?

จำเป็นต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องและการดูแลให้ความชุ่มชื้นอย่างทั่วถึง หากเกิดภาวะหดรั้งที่ผิวหนังบริเวณที่ถูกไฟไหม้หดตัว อาจทำให้เคลื่อนไหวข้อต่อได้ยาก เพื่อป้องกันสิ่งนี้ ควรนวดและทำกายภาพบำบัดควบคู่กันไป และควรให้ความสำคัญกับการให้ความชุ่มชื้นเพื่อช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่

Like