검진가자 공식블로그

2026-05-29

อาการปวดท้องน้อยและก้อนเนื้อที่หนักอึ้ง: เจาะลึกประเภทของไส้เลื่อน อาการ และวิธีป้องกัน

ทำความรู้จักกับไส้เลื่อน อาการที่อวัยวะภายในเคลื่อนออกจากตำแหน่งปกติผ่านผนังหน้าท้องที่อ่อนแอ พร้อมวิธีรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องและตาข่ายสังเคราะห์

อาการปวดท้องน้อยและก้อนเนื้อที่หนักอึ้ง: เจาะลึกประเภทของไส้เลื่อน อาการ และวิธีป้องกัน

สวัสดีค่ะ

Geomjin Gaja มาแล้วค่ะ

หลังจากที่อากาศร้อนมานาน

พอรู้ว่าจะมีฝนตกลงมาช่วยคลายร้อนบ้าง

ก็รู้สึกดีใจมากเลยค่ะ

ช่วงนี้ฉันชอบกลิ่นดินที่ได้สัมผัส

เฉพาะเวลาฝนตกมากเป็นพิเศษค่ะ

หลายคนเมื่อคลำพบก้อนนูนบริเวณท้องน้อย สะดือ หรือ

บริเวณขาหนีบ

มักจะคิดว่าเป็นเพียงไขมันส่วนเกิน (ไขมันในช่องท้อง) หรือ

เป็นแค่ฝีชั่วคราว

แล้วปล่อยทิ้งไว้โดยไม่สนใจ

แต่สิ่งนี้อาจเป็น

สัญญาณอันตรายของ ‘ไส้เลื่อน’ (Hernia)

ซึ่งเป็นภาวะที่อวัยวะภายในร่างกายเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม

และหลุดออกมาภายนอกได้ค่ะ

ไส้เลื่อนไม่ใช่เพียงแค่ความไม่สะดวกสบายทั่วไป

แต่หากปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่

ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและเนื้อเยื่ออวัยวะตาย

ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่รุนแรงถึงชีวิต

ครั้งนี้ฉันจึงได้เรียนรู้ว่าเป็นโรคที่น่ากลัวมากค่ะ

ไส้เลื่อนคืออะไร?

ไส้เลื่อนคือโรคที่อวัยวะภายในหลุดออกมา

ผ่านรูหรือช่องที่เกิดจาก

โครงสร้างพยุงร่างกายที่อ่อนแอลง

เช่น ผนังหน้าท้อง, สะดือ, หรือบริเวณขาหนีบ

ในระยะแรก เมื่อนอนลง

อวัยวะจะไหลกลับเข้าไปเอง หรือ

เมื่อใช้มือกดก็จะยุบลงไป

ทำให้หลายคนไม่ตระหนักถึงความรุนแรง

ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่ออวัยวะติดค้างอยู่ในรู

และไม่สามารถกลับเข้าไปได้

ซึ่งเรียกว่าภาวะ ‘ไส้เลื่อนติดค้าง’ (Incarceration)

หากภาวะนี้ดำเนินต่อไป

เลือดจะไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะได้

จนนำไปสู่ภาวะ ‘ไส้เลื่อนเน่าตาย’ (Strangulation)

ที่เนื้อเยื่อจะเริ่มเน่าเสีย

ในกรณีนี้

ไม่เพียงแต่ต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นออกเท่านั้น

แต่เมื่ออวัยวะเน่า

สารพิษจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย

นำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)

ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ค่ะ

ประเภทของไส้เลื่อนและอาการหลัก

ไส้เลื่อนสามารถแบ่งออกเป็น

4 ประเภทหลัก ตามตำแหน่งที่เกิดและสาเหตุค่ะ

ไส้เลื่อนขาหนีบ (Inguinal Hernia)

เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุด

เกิดขึ้นบริเวณขาหนีบ (Y-zone)

ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างท้องและขา

ในกรณีที่รุนแรง อวัยวะอาจ

เลื่อนลงไปจนถึงถุงอัณฑะได้

ไส้เลื่อนสะดือ (Umbilical Hernia)

เกิดจากผนังหน้าท้องรอบๆ สะดือ

อ่อนแอลง

ไส้เลื่อนต้นขา (Femoral Hernia)

เกิดขึ้นในตำแหน่งที่ต่ำกว่าขาหนีบเล็กน้อย

หากมองด้วยตาเปล่าอาจแยกแยะ

จากไส้เลื่อนขาหนีบได้ยาก

ไส้เลื่อนจากแผลผ่าตัด (Incisional Hernia)

เป็นกรณีที่อวัยวะดันตัวออกมาทางรอยแผล

จากการผ่าตัดเปิดช่องท้องในอดีต

เนื่องจากบริเวณแผลนั้นอ่อนแอลง

ทำไมจึงพบในผู้ชายมากกว่า?

ตามสถิติระบุว่า

ผู้ป่วยไส้เลื่อนเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

ประมาณ 3-4 เท่า (70-80% ของผู้ป่วยทั้งหมด)

ซึ่งเป็นเพราะความแตกต่างทางโครงสร้างร่างกายค่ะ

ผู้หญิงจะมีโครงสร้างกระดูกเชิงกราน

ที่กว้างกว่าผู้ชายค่อนข้างมาก

เพื่อรองรับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร

ด้วยเหตุนี้ ปรากฏการณ์ที่น้ำหนักและแรงดัน

ภายในช่องท้องจากแรงโน้มถ่วง

จะไปกระจุกตัวอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งเพียงจุดเดียว

จึงมีน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้ชาย

ทำให้ในผู้ชาย

มีอัตราการเกิดไส้เลื่อนสูงกว่ามากค่ะ

นอกจากนี้

การออกกำลังกายที่เพิ่มความดันในช่องท้องอย่างรวดเร็ว

เช่น การเล่นเวทเทรนนิ่งที่หนักเกินไป หรือการยกของหนัก

อาจกระตุ้นให้เกิดไส้เลื่อน

พร้อมกับอาการปวดท้องน้อยอย่างกะทันหันได้ค่ะ

มาตรฐานการรักษาในปัจจุบัน: การผ่าตัดส่องกล้องและตาข่ายสังเคราะห์ (Mesh)

เนื่องจากไส้เลื่อนเกิดจากรูในเชิงโครงสร้าง

จึงไม่สามารถรักษาได้ด้วยยา

และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขด้วยการผ่าตัดเท่านั้น

ในอดีตจะใช้วิธีเย็บปิดเฉพาะส่วนที่ฉีกขาด

แต่ในผู้ใหญ่มักจะมีจุดอ่อนอื่นๆ

อยู่รอบๆ รูไส้เลื่อนนั้นด้วย

ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะกลับมาเป็นซ้ำ

ปัจจุบัน การผ่าตัดไส้เลื่อนผ่านกล้องทางชั้นก่อนช่องท้อง (TEP)

ได้กลายเป็นมาตรฐานการรักษาหลัก

การผ่าตัดนี้มีข้อดีอย่างมากคือ

สามารถใช้กล้องส่องตรวจดู

และรักษาไส้เลื่อนที่ผนังหน้าท้องอีกด้านหนึ่ง

ที่คนไข้อาจยังไม่รู้ตัวไปพร้อมๆ กันได้ค่ะ

ในการผ่าตัด จะใช้โครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า

ตาข่ายสังเคราะห์ (Mesh)

เพื่อปิดทับรูไส้เลื่อนและบริเวณที่อ่อนแอโดยรอบ

รวมทั้งหมด 4 จุดให้กว้างและแข็งแรงขึ้น

ด้วยการผ่าตัดโดยใช้ตาข่ายสังเคราะห์นี้

ทำให้อัตราการกลับมาเป็นซ้ำของไส้เลื่อนที่เคยสูงในอดีต

ลดลงเหลือต่ำกว่า 1% ในปัจจุบันค่ะ

สัญญาณอันตรายที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากมีอาการปวดหน่วงๆ

บริเวณท้องน้อยหรือขาหนีบโดยไม่ทราบสาเหตุ

หรือมีอาการคลำพบก้อนแล้วก้อนนั้นหายไป

ควรไปพบแพทย์โดยไม่รีรอค่ะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีอาการปวดท้องร่วมกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป

ทานอาหารได้น้อยลง และน้ำหนักลดลง

โดยไม่มีสาเหตุ

สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนที่อันตรายมากจากร่างกาย

ดังนั้นอย่าปล่อยให้เสียโอกาสในการรักษา (Golden Time)

และควรเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดทันทีค่ะ

ตรวจสุขภาพ

▼ หากต้องการสอบถามการจอง ▼

(Tel : 1600-2137)

#ไส้เลื่อน #อาการไส้เลื่อน #ไส้เลื่อนขาหนีบ

#ปวดขาหนีบ #ผ่าตัดไส้เลื่อน #ผ่าตัดส่องกล้อง

#ผ่าตัดตาข่ายสังเคราะห์ #ปวดท้องน้อย

#ไส้เลื่อนสะดือ #ผ่าตัดTEP #เนื้อเยื่อเน่า

#ติดเชื้อในกระแสเลือด #ไส้เลื่อนติดค้าง #ไส้เลื่อนเน่าตาย #ไส้เลื่อนในผู้ชาย

#ไส้เลื่อนผนังหน้าท้อง #ผลข้างเคียงจากการเล่นเวท #ความดันในช่องท้อง

#ปวดYzone #ตรวจสุขภาพ #GeomjinGaja

คำถามที่พบบ่อย

ไส้เลื่อนสามารถรักษาด้วยยาได้หรือไม่?

ไม่สามารถรักษาด้วยยาได้ ไส้เลื่อนเป็นภาวะที่มีรูในโครงสร้างของร่างกาย จึงจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขเท่านั้น ปัจจุบันการผ่าตัดโดยใช้กล้องส่องช่องท้องและตาข่ายเทียมเพื่อปิดและเสริมสร้างบริเวณที่อ่อนแอถือเป็นการรักษามาตรฐาน ซึ่งสามารถลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำได้ต่ำกว่า 1%.

จะเกิดอะไรขึ้นหากปล่อยไส้เลื่อนทิ้งไว้โดยไม่รักษา?

อวัยวะอาจติดอยู่ในรู ทำให้เลือดไม่ไหลเวียน และอาจพัฒนาไปสู่ภาวะอุดตันและขาดเลือดได้ หากปล่อยทิ้งไว้ อวัยวะอาจเน่าเปื่อยและต้องตัดออก ไม่เพียงเท่านั้น สารพิษอาจแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง.

ทำไมไส้เลื่อนจึงพบมากในผู้ชาย?

เนื่องจากความแตกต่างทางโครงสร้างร่างกายของผู้ชาย ผู้หญิงมีกระดูกเชิงกรานกว้างกว่าเพื่อรองรับการตั้งครรภ์และการคลอดบุตร ซึ่งช่วยกระจายแรงดันในช่องท้อง แต่ผู้ชายมีโครงสร้างที่แคบ ทำให้แรงกดและน้ำหนักมีแนวโน้มที่จะรวมตัวกันในบริเวณเฉพาะ นอกจากนี้ การออกกำลังกายที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง เช่น การยกของหนัก ก็เป็นสาเหตุสำคัญเช่นกัน.

อาการที่น่าสงสัยหลักของไส้เลื่อนคืออะไร?

อาการทั่วไปคือมีก้อนนูนที่ท้องน้อยหรือบริเวณขาหนีบ หรือมีอาการปวดตื้อๆ หนักๆ ในระยะแรก ก้อนอาจยุบลงเมื่อนอนราบ แต่หากมีอาการปวดท้องร่วมกับปริมาณอาหารลดลงและน้ำหนักลดลง ถือเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่ง จึงควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดทันที.

ไม่มีความเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นซ้ำหลังการผ่าตัดไส้เลื่อนใช่หรือไม่?

ใช่ ด้วยวิธีการผ่าตัดล่าสุด อัตราการกลับมาเป็นซ้ำต่ำมาก คือน้อยกว่า 1% ในอดีต การผ่าตัดจะเย็บเฉพาะบริเวณที่ฉีกขาด ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะกลับมาเป็นซ้ำ แต่ปัจจุบันจะใช้กล้องส่องช่องท้องเพื่อตรวจสอบสภาพ และใช้ตาข่ายเทียม (Mesh) คลุมและเสริมสร้างบริเวณที่อ่อนแอโดยรอบอย่างกว้างขวาง จึงสามารถป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

Like